ความรู้เท่าหางอึ่ง ดั้นนน..ทะลึ่ง!! อยากจะเขียน (3)
ตอนที่ 3 เรื่องเล่าจากเด็กอนุบาล 1/3
เบเกอรี่ที่วัดทำนั้น มีมากหลายชนิดนัก ทั้งขนมปังไส้ต่างๆ เผือกเอย สังขยาเอย ที่อร่อยที่สุด คงจะเป็นไส้หมูหยองพริกเผา ขายอันละห้าบาทถ้วนถ้วน นอกจากนี้ ยังมีแยมโรล พิชซ่า ขนมปังเนยสด โดนัท และที่เด็ดที่สุด ... กะหรี่ปั๊บ ปั๊บจริงๆ แบบว่า ทำเสร็จปั๊บ ... ขายหมดปุ๊บ มีทั้งไส้เผือก ไส้หน่อไม้ และไส้ไก่ |
เราเป็นคนไม่ชอบกินเผือกนะ แต่เมื่อชิมไส้เผือกของที่นี่
ยอมรับเลย อร่อยจริงๆ กวนนานกว่าสามชั่วโมง เอื้อกๆๆ
แม่ชีท่านว่า ... หลวงพี่ท่านให้ทำให้อร่อย ใช้ของดีมีคุณภาพ ราคาถูก
คุณภาพคับแก้วจริงๆ ... ใครแวะเวียนมาอย่าลืมมาอุดหนุนนะ (หน้าม้า ฮี้ๆๆๆ)
ปกติโดยทั่วไป จะขายอยู่ที่แพ
แต่ถ้าเวลามีงาน จะมาขายที่บริเวณงานเลยจ้า
เราได้วิชาหลายอย่างจากที่นี่
แต่ฝีมือยังไม่เข้าขั้น ได้แต่ใจที่เต็มร้อย
คงต้องใช้เวลานานหน่อย อย่างว่าล่ะนะ
ไอ้เรา...ก็ถนัดแต่พวกงานใช้แรงงาน แบกๆ หามๆ
จะให้มานั่งปั้นขนม จับจีบกะหรี่ปั๊บ ก็กระไรอยู่
สรุปว่า เย็นวันนั้น ยังไม่ค่อยได้ช่วยงานเท่าไหร่
แต่คุณแม่ชีบอกว่า ไม่ต้องกลัว เพราะมีงานล้นแน่
วันออกพรรษา วันตักบาตรเทโว ...
ต่อด้วย วันงานหลวงพ่อ อีก 2 วัน
สู้ว้อยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!
เช้าวันถัดมา เราก้อไปกวาดลาน กินข้าว และทำวัตรเช้าเช่นเคย
อ้อ! ลืมไป จะเล่าเรื่องของกินสักเล็กน้อย
คือว่า วันที่สามของการอยู่วัด พอดี เราเดินผ่านร้านค้าหน้าวัด
เห็นข้าวโพดต้มน่ากิน ... อยากกิน ... แต่แหม๊ เก็บเงินไว้ทำบุ_
หรือไม่ก็ซื้ออาหารให้ปลาดีกว่า แหะ แหะ ... แต่ความอยากยังมีอยู่
วันรุ่งขึ้น ... เชื่อมั้ย เราได้กินข้าวโพดต้ม แบบเดียวกับที่อยากเลย
เราก้อกินไป 1 ฝัก ต่อมา อยู่ๆ มันนึกอยากกินฝรั่ง
วันถัดมาก็ได้กิน ฝรั่งอีก
เอ...ชักยังไงน๊า ... ไม่ได้คิดจะลองหรอกนะ
แต่ก็คิดเล่นๆ ว่า อืมม์ อยากอะไรได้กินทั้งหมด
พรุ่งนี้ อยากกินส้มตำน่ะ จะได้กินหรือเปล่า
ปิ๊งป๋อง ......................................ถูกต้องนะคร๊าบบบบบ
เรานะ ทั้งอึ้ง ทั้งทึ่ง ( แต่ไม่เสียว )
โอ๊ยยยยยยยยยยยย หนูยอมแล้ว ... หนูไม่อยากกินอะไรแล้ว
ตามแต่ท่านจะกรุณาเถอะค่ะ พลีสสสสสสสสสสสสสสส
เอาล่ะ ... จบเรื่อง “กิน” ว่ากันต่อ เรื่อง “ทำกิน”
เพิ่งรู้กระจ่างก็วันนี้เอง ว่าการทำหนมปัง ขึ้นมาสักชิ้นนึง
.........................................แค่ห้าบาทเนี่ย
มันช่างยากเย็น มีกรรมวิธีมากหลายแท้
ผสมแป้ง นวดแป้ง คลึง ปั้น อบ ฯลฯ แพคบรรจุห่อ
โอยยยยย นี่ขนาดมีคนช่วยเยอะ ยังทำไม่ทันเลย
หลังจากที่สัญญากับคุณแม่ชีเฉลิม ว่าจะมาเป็นลูกมือท่านในวันพรุ่งนี้
ก็กลับไปที่ห้อง และแล้ว ... ภารกิจต่อไป ก็เข้ามาหาสู่
นั่นคือ .... ไปช่วยเย็บพรม ที่วิหารแก้ว 100 เมตร
แล้วดิฉัน ก้อสนุกสนาน กับการได้ทำงานอีกแล้วค่ะ ท่านผู้ชม
บอกแล้วไงคะ ว่า ... เด็กอนุบาล
เห็นอะไรก้อตื่นตาตื่นใจไปซะหมด
วันนั้น เริ่มเย็บพรม ทำให้งดกรรมฐานตอนกลางวัน
(สรุปแล้ว ข้าพเจ้าได้ฝึก 1 วัน ฮือๆๆ)
การเย็บพรมเป็นงานที่สาหัสสากรรจ์มาก
สำหรับลูกผู้หญิง ที่ไม่เป็นหญิงอย่างดิช้านนนนนนนนนนน
เข้าไปดูตามตัวอย่างที่หลวงพี่สอน
โอวววววววววว ง่ายจัง ... หลวงพี่ทำให้ดู เย็บ ง๊าย ง่าย
เย็บขึ้น เย็บเฉียง .... โอเค .................สามารถค่า
แอร๊ยยยยยยยยยยยยยย ... ทำไมมันยากอย่างนี้
โอย เบี้ยวไปเบี้ยวมา ...
โอ๊ย โอ๊ย .. พี่ค้า อย่ามาเดินเหยียบตรงพรมนี้สิค้า มันเลื่อนหมดแล้ว
อุ๊บส์ ... เข็มทิ่มตำ
แอนด์ เมื่อยๆๆ มากๆๆ
ฝึกไปฝึกมาไม่นาน เริ่มคล่อง... ไวขึ้น
และได้ท่าใหม่ แทบจะนอนราบไปกับพื้น
( ก้อท่านี้ มันไม่ปวดหลังนี่นา ขออนุญาตนะเจ้าคะ หลวงพ่อ )
หลังจากตะลุยเย็บ เย็บ เย็บๆๆๆๆ จนในที่สุด ก้อเสร็จ เกือบสามทุ่ม
พอกลับไปที่ห้อง พี่วิบอกว่า เราโชคดีนะ ได้มาทำงานแบบนี้ มีบุญมาก
หลายๆ คน เข้าวัดมาก็หลายปี ไม่ได้มีโอกาส
เราน่ะ ... ได้ทำงาน ตั้งแต่ ปาก ยัน ตูด
เออ ... จริงแฮะ ปาก ยัน ตูด จริงๆ แต่ก้อสนุกดี
แต่วันนี้ ก้อต้องขอน้ำมันจากคุณแม่ชีมานวดหลังกันทุกคน
อูยยยยยยยย ....ปวด อูยยยยยยยยยยย .............เมื่อย
วันรุ่งขึ้น วันนี้งดทำวัตร เพราะต้องเตรียมงานเยอะมาก และทุกฝ่าย
และต่อจากนี้ล่ะ เป็นซีนที่เราเจอมารผจญ ... ฮึ่มๆๆ
เรื่องมีอยู่ว่า เด็กในคอนโทรลของพี่วิ มาช่วยกันทำขนม
เป็นน้องๆ จากพาณิชย์นาวี ( พี่วิ เรียกว่า เจ้าพวก ลิงหน้าพลับพลา )
แต่ละคน ร่างกายกำยำลำสัน หุ่นแบบทหาร
ลองนึกดูสิ ... ให้แต่ละคนมานั่ง ปั้นขนม จับจีบ ฯลฯ
... มันน่าดูขนาดไหน ...
แต่เด็กๆ สุดยอดทั้งนั้น ... ทำเร็ว ทำไว แถมยังสวยอีก
เฮ้อ! ไอ้เราเป็นผู้หญิงแท้ๆ ยังสู้เค้าไม่ได้เล้ยยย
วันนี้ มีกันมาสามสี่คน จะตามมาสมทบอีกในวันพรุ่ง
ชุดแรก ก็รับถ่ายทอดวิทยายุทธไปกัน ครบถ้วน
คืนนั้น เราค้างที่โรงขนมปัง ซึ่งกว่าจะได้นอน ก็ดึกมากกกกกกก
เช้ามา ... เราก้อมานั่งปั้นขนมต่อ และพอดีว่า มีเด็กมาสมทบอีกสี่ห้าคน
คนที่เคยทำแล้ว ก้อต้องสอน ทีนี้ ลูกมือของแม่ชี ซึ่งเค้าง่วงมาก
ก้อมาวีนใส่เรา ... เราพุ่งปี๊ดเลย อารมณ์โกรธ
ในใจคิดว่า ... ตรูมาช่วยนะเนี่ย ง่วงแล้วอย่ามาพาล
พอดี ได้จังหวะ ที่จะต้องกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำ เพราะคืนนี้ ต้องค้างอีก
เราก้อนึกในใจว่า ... ไม่เอาแล้ว คงจะไม่มาแล้ว คืนนี้
จิตใจมันขุ่นแล้ว ...
ระหว่างทางเดินกลับห้อง ... หลวงพ่อมาพอดี
ท่านพูดอะไร ไม่ค่อยได้ยิน จนกระทั่ง
มาถึงสะพานข้ามระหว่างโรงทานกับทานไปโบสถ์
เสียงหลวงพ่อชัดเจน ท่านกำลังเทศน์สอนเรา
“ .... โทสะ ทำให้คนตกนรกมาเยอะแล้ว ......... ”
สรุปประมาณว่า ท่านบอกว่า ถ้าเราทำงาน ไม่ต้องไปใส่ใจเสียงนกเสียงกา
ประมาณนั้น .............
..... หยดน้ำตาไหลร่วงพรู
หลวงพ่อขา หนูขอโทษ ...หนูชั่ววูบค่ะ
หนูจะกลับไปทำงานให้แม่ชี ทำงานให้วัด ทำงานให้หลวงพ่อค่ะ
หลังจากอาบน้ำ สบายเนื้อสบายตัวแล้ว
ก้อกลับไป ... แต่ เราก้อยังมีทิฐิ ไม่ยอมพูดกะคน คนนั้น
แต่เหมือนว่า เค้าจะรู้ตัว ... เค้ามาทำดีกะเรา
ประมาณว่า หายง่วง เพราะได้นอนแล้ว
โอเค ... หายกัน ชั้นหายโกรธเธอแล้ว อโหสิ
คืนนั้น แทบไม่ได้นอนอีกเหมือนกัน
แม้ว่าจะมีกำลังเสริมมาเพิ่มอีกเท่านึง ...ไวขึ้น แต่ก็ปริมาณมากกว่าเดิม
พี่วิ แย่สุด ... ไม่ได้นอนเลย เพราะต้องมานั่งปั้นกะหรี่ปั๊บกับเด็กๆ
ที่เพิ่งปลุกมาจากที่นอน เฮ้อ!
วันนี้ เป็นวันออกพรรษา ตื่นตีสี่ มาแพคขนมใส่ห่อ
เพื่อเตรียมขายหน้าโบสถ์
หกโมงแล้ว พี่วิ รีบกุลีกุจอ กลับห้อง
เพราะว่าต้องไปใส่บาตรวันออกพรรษา
ไปด้วยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
วันนี้ ได้เวียนสังฆทานด้วย
เอ อยากทำสังฆทานมั่ง เพราะเพิ่งได้ฟังที่หลวงพ่อสอน
เรื่องอานิสงค์ของการทำสังฆทาน
เอามั่ง ... นู๋ เงินน้อยค่ะ ทำได้แค่ร้อยเดียว
และแล้ว เราก้อไปยืนยิ้มแฉ่ง ต่อแถวถวายสังฆทาน
พี่วิ เห็นแล้วก้อขำ แต่คงแอบโมทนาบุญไปด้วยแล้ว ...อิอิ
ได้ของมา ... เป็นหนังสือ กะพระหลวงพ่อ
ตอนกลางวัน ทุกคนหมดสภาพที่จะไปทำงาน
เราก้อแอบแว่บไปเยี่ยมน้องปลา อีกแล้ว
วันนี้ มึนๆ ตัวรุมๆ เจ็บคอด้วย
ตายล่ะ ... เราเป็นโรคทอนซิลอักเสบ เป็นโรคประจำตัว
เคยเป็นมาจนกระทั่ง กลืนน้ำลายตัวเองยังไม่ได้เลย
เอาล่ะสิ ! ยาก้อไม่ได้เอามา คอชักบวมๆ แล้ว
สงสัย คืนนี้ ต้องขออำลาวงการชั่วคราว
( พักผ่อนมากๆ จะทำให้ดีขึ้น )
คืนนั้น เลยขอเห็นแก่ตัว นอนที่ห้อง
หลังจากที่ได้นอนเต็มที่ เช้าวันต่อมา เราก็รู้สึกดีขึ้น
วันนี้ เป็นงานตักบาตรเทโว
แหะ แหะ ... ไม่ได้เตรียมอะไรเลย
แถมเงินร่อยหรอ เพราะทำบุญหยอดตู้ไปซะเยอะ
แรกๆ ก้อหยอดแบงค์ยี่สิบ หลังเหรียญสิบ เหรียญห้า
ตอนนี้ เหรียญบาท ... : p
ควักเงินออกมา เหลือแบงค์ยี่สิบ อยู่สามใบ
อ่ะ ... ใส่ทำบุญไปซะ 1 ใบ
ม่ะเป็นไร เงินทองเป็นของนอกกาย เงินหมดก้อไปกดเอทีเอ็มด้ายยยยยยยย
เย็นวันนี้ ไม่ต้องนอนค้างที่โรงขนมปัง
เพราะพรุ่งนี้ ต้องเตรียมตัวสวย มีงานหลวงพ่อ พี่วิบอก
โธ่ ... พี่จ้ะ พี่จ๋า
นังกุลาก้นครัวอย่างหนูเนี่ย จะสวยอย่างเค้าได้ไง
0 Responses to "ความรู้เท่าหางอึ่ง ดั้นนน..ทะลึ่ง!! อยากจะเขียน (3)"
แสดงความคิดเห็น