ความรู้เท่าหางอึ่ง ดั้นนน..ทะลึ่ง!! อยากจะเขียน (2)

ตอนที่ 2 เรื่องเล่าจากเด็กอนุบาล 1/2



แต๊น แต๊น แต๊น ... แตนนนนนนนนนนนนนนนน
ไม่ใช่การปรากฏตัวของยอดมนุษย์ที่ไหน
แต่คือการปรากฏ ของผู้ที่จะมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กอนุบาล

นั่นคือ พี่สาวสุดสวย (ขอใช้นามสมมุตินะจ้ะ)
เธอมีชื่อว่า ... พี่วิ
คุณแม่ชีฝากฝัง เราให้กับพี่วิ บอกว่า ให้ช่วยดูแล
จะทำอะไรก็สะดวกกว่า อยู่กับแม่ชี

“แรงดีๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะพาไปกวาดลาน”
นั่นหล่ะ คือ ภารกิจแรกของเรากับวัดท่าซุง

คืนนั้น เรานอนหลับๆ ตื่นๆ เพราะว่าใจกังวลด้วย
เนื่องจากนอนตรงประตู ไม่รู้สิ เราไม่ค่อยชอบนอนตรงกับประตู
มันรู้สึกไม่ดี ยังไงไม่รู้ ...

ประมาณตีสอง ตีสามมั้ง รู้สึกตัวขึ้นมา แต่ไม่ได้ลืมตา
มีความรู้สึกว่า ทางด้านขวาที่เราเว้นไว้ ซึ่งตรงกับประตูนั้น
มีใครสักคนกำลังเดิน ไป – มา อย่างช้าๆ เนิบนาบ

เอาล่ะสิ ... ในใจเราก็คิดว่า คงจะเป็นใครสักคนที่นอนอยู่ในห้องนั้นละ
(มีคนนอนอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 คน สามคนนอนเรียงกัน ศีรษะหันไปทางโบสถ์)

เค้าคงลุกขึ้นมาเดินจงกลม .....................มั้ง?

อีกใจนึง คิดว่า ... เอ ถ้าไม่ใช่ คนล่ะ
บรึ๋ยส์ ๆๆๆๆ ปลอดภัยไว้ก่อน ไม่ลืมตาดูดีฝ่า

เราก็นอนหลับตาฟังเสียงเดินไปมา แต่ก็สวดมนต์อย่างเอาเป็นเอาตาย
ในที่สุด ก็หลับไป

เช้ามืด เรารู้สึกตัวจากเสียงปลุกของหลวงพ่อ
แต่ก้อแค่รู้สึกตัว แหะ แหะ ... หลับต่อ

จนกระทั่งเช้า ประมาณหกโมง
ความเคลื่อนไหวรอบๆ ตัวเรา

ความรู้สึกแรก คือ คืนนี้ ต้องย้ายที่นอน...

หลังจากอาบน้ำแล้ว เราก็เดินข้ามฝั่งไปกวาดลานบริเวณตึกรับแขก
ไปกันสามคน ... พี่วิ พี่จิต และเรา

พี่วิ แนะนำว่า ในขณะที่เรากวาด ให้เรากำหนดจิตภาวนา
จะสวดมนต์ หรือว่าจะขอให้บุญครั้งนี้ ส่งให้เราถึงนิพพานในชาตินี้ ก็ได้

จิตเราในขณะนั้น ยังคิดว่า ... นิพพาน เหรอ
มันดูเหมือนฝันสูงยังไงไม่รู้ ไม่อาจเอื้อมหรอก
เราเลยสวดบทชินบัญชรไปเรื่อยๆ ดีกว่า

พี่วิ สอนอะไรหลายอย่างมากๆๆ สอนดีมาก

“เดี๋ยว กวาดลานเสร็จ แล้วค่อยไปกินข้าวที่โรงทานนะ”
“ตอนช่วงเข้าพรรษา ทางวัดเค้าเลี้ยงข้าวฟรี” พี่วิเล่าให้ฟัง
แสดงว่า ถ้าปกติเราต้องซื้อกินเองน่ะสิ

โอย ... โชคดีจริงเรา ถ้าเรามาวัดช่วงอื่นๆ เราคงอยู่ได้ไม่เกิน 3 วันแน่ๆ
เพราะคงเงินหมด

เลิกกวาดลาน ประมาณ 7.45 น. พี่วิบอกว่า ต้องรีบไปโรงทาน
เพราะต้องมาทำวัตรเช้า ตอนแปดโมง

อาหารมื้อแรกที่โรงทาน อร่อยมากกกกกกก
ของฟรี ... ยังไงก็อร่อย อิอิ

ก่อนจะลงมือทาน พี่วิแนะนำว่า ให้เราถวายข้าวมื้อนี้ เป็นพุทธบูชาก่อน

ได้ความรู้อีกแล้ว ...โอเคเลยพี่ ... เมื่อกล่าวลา เสสังแล้ว ก็ลงมือกินด้ายยยยยยย

หลังจากอิ่มข้าวแล้ว ก็กลับไปอาบน้ำอีกรอบ และซักผ้าด้วย
พี่วิ ให้เราไปทำกรรมฐานที่วิหาร 100 เมตร กับคุณแม่ชี ผู้ใจดี

เมื่อไปถึง ด้วยความไม่รู้ของเรา
เราก็เข้าไปนั่งรวมกับคนอื่นๆ ข้างๆ แม่ชี
จากนั้น พระที่นำกรรมฐาน ก็พาไปเที่ยวที่ต่างๆ

เอาล่ะสิ!! ไอ้เรานั่งหลับตา ไม่เห็นอะไรเลย
ด้านหน้า ด้านขวา ด้านซ้าย ... ตอบกันให_่

โอววววววววววว ... สติแตก

ในที่สุด เราก้อลืมตา นั่งตาแป๋ววววว มองพระข้างหน้าแทน
เฮ้อ! คนมีกรรม

ตอนเลิกกรรมฐาน เราเดินผ่านทางด้านซ้ายก่อนถึงทางออก
เป็นห้องเล็กๆ จำนวน 10 ห้อง

มีคนนั่งอยู่ข้างใน ในลักษณะการเรียนการสอน
เราจึงเพิ่งถึงบางอ้อ ... ห้องนี้ล่ะ ที่เราควรจะเข้าไปมากกว่า
ที่จะนั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ข้างนอก เฮ้อ! (อีกที)

กลับมาจากวิหาร ด้วยความเซ็ง
คุณแม่ชีแยกตัวไปพักผ่อน
เราก้อเลยเดินไปที่แพติดท่าน้ำของวัด
ไปเลี้ยงปลาดีกว่า ... แก้เซ็ง

ตอนเย็น พี่วิถามว่าเป็นไงมั่ง
เราก้อบอกไปตามความจริง
แง แง ...

แล้วเราก็นึกขึ้นมาว่า ... หลวงพ่อเจ้าขา
ถ้าพรุ่งนี้หนูไม่ได้ฝึกอีก หรือว่า ฝึกแต่ไม่เห็น ไม่รู้อะไร
หนูก็จะขอแพคกระเป๋ากลับบ้านเลย นะเจ้าคะ

คืนนั้น เราเปลี่ยนที่นอนใหม่ โดยขอไปแจม นอนเรียงตรงที่ว่างที่เหลืออยู่

หึ หึ ... ไม่ยอมหรอก ดิฉันไม่เสี่ยงอีกแล้ว
กลัวผีเป็นที่สุด

คืนนั้น นอนหลับสบายมาก ตื่นบ้าง... แต่ไม่กระสับกระส่าย
ตอนเช้ามา พี่วิบอกว่า วันนี้จะพาไปไหว้สมเด็จองค์ปฐม และจะพาไปขัดส้วม

จ้าๆ พี่สาว ...ไปไหน ไปกันเน้อ

วันนี้ ไปกวาดลานที่เดิม แต่ใบไม้น้อยลงมาก

พี่วิ สอนว่า ... เพราะเรามากวาดมันทุกวัน ใบไม้มันร่วงไม่ทัน เรากวาด
เปรียบเหมือน เราเจริญกรรมฐาน ถ้าเราทำทุกวัน
แม้จะทำแต่น้อย แต่ถ้าปฏิบัติทุกวัน มันก็จะเกิดผล...

แน๊!!! คุณพี่สอนอีกแล้ว เหมือนจะรู้เลยนะ
ว่าไอ้น้องคนนี้ มันจอมขี้เกียจ

นั่งได้ไม่เกินห้านาที ทำมั่งไม่ทำมั่ง
ส่วนมากจะไม่ได้ทำ... ไม่ตั้งใจเล้ยยยยย
โอเคค่ะพี่ ... หนูจะจำไว้

เมื่อกวาดเสร็จ (วันนี้ กวาดได้เยอะกว่าเมื่อวานมาก)
จากนั้น ...ไปทานข้าวที่โรงทาน และทำวัตรเช้า เช่นเคย

จากนั้น ... พี่วิ พาเราไปไหว้องค์ปฐม

พี่วิ บอกให้ลองเสี่ยงเซียมซีดู อยากรู้เรื่องอะไร
เราก็แว่บขึ้นมาทันที ... เรื่องฝึกมโน ไง

อะฮ้า!! เสี่ยงแล้ว ได้ใบที่เก้า ท่านว่า ทำได้แน่ๆ
สาธุ ... มีกำลังใจอีกเป็นกอง

และแล้วภารกิจอย่างที่สองของเราก็เริ่มต้นขึ้น

... แม่นแหล่ววววววว มือซ้ายถือไม้ขัด มือขวาถือขัน

เริ่มปฏิบัติก๊านนนนนนนนนนนนนนนนนนนน



ขั – ด – ส้ – ว - ม



แอบบอกความลับ ... ในใจ ก็ภาวนา ขออย่าให้เจอ ...ทองคำ ของใครเล้ยยยย

เฮ้อ! โชคดี รอดตัวไป ขัดไปได้หกเจ็ดห้อง ไม่เจอสิ่งที่กลัว
แต่คนที่เจอ ... หึ หึ ... พี่สาวเรานั่นเอง

ขัดส้วมเสร็จประมาณ สิบเอ็ดโมง
ไปอาบน้ำเตรียมตัวไปฝึก ... แฮ่ม! คราวนี้ ไม่พลาดแน่

และแล้ว ... วันที่เรารอคอยก็มาถึง
เดินเข้าห้องไปอย่าสง่าผ่าเผย เลือกนั่งในท่าสบายๆ

อาจารย์เข้ามาแล้ว ... ตื่นเต้นๆ

แล้วอาจารย์ก็เริ่มฝึก
อ่ะ ... ไม่ให้สงสัย ให้ตอบสิ่งที่แว่บมาครั้งแรก
เย้ ... เราก็ทำได้แฮะ ... ไม่ยากๆ

ในที่สุด วันนี้ เป็นวันที่จิตเรา บอกว่า เรามาถูกทางแล้ว
เราเป็นลูกหลวงพ่อเต็มตัว

และเป็นครั้งแรกที่เรา...รู้สึก...ถึง คำว่า “นิพพาน”

ออกจากห้องฝึกมาด้วย ความอิ่มเอิบในหัวใจ




แต่.... จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก



รถ ... รถราง ไปแล้วววววว ฮือๆ
ง่ะ เดินไปก็ได้ ... ไม่อยากขึ้นสามล้อ เก็บตังค์ไว้ทำบุ_
จากนั้น เราก็แวะไปเยี่ยมเพื่อนๆ ปลาทั้งหลาย

แล้วก็นึกได้ว่า พี่วิ บอกเอาไว้ ว่าจะไปช่วยงานแม่ชีที่โรงขนมปัง
ฮี่ ฮี่ๆ ได้ภารกิจที่สามแล้ว เรา

เอ...ว่าแต่ โรงขนมปัง มันอยู่ที่ไหนหว่า
แวะไปถามแม่ชีที่โรงทานดีกว่า น่าจะรู้

อึ๋ยส์ ... คุณแม่ชีบอกว่า ให้ขึ้นรถสามล้อไป หมาดุ
แน่นอน โดยไม่ต้องยั้งคิด ... ไปสามล้อๆ

โรงขนมปัง อยู่ในบริเวณที่เป็นสวน ห่างไกลความเจริญมาก
( ไม่กล้าจะคิด ว่าตอนกลางคืน จะสยองแค่ไหน บรื๋ออออ )

ในโรงขนมปังมีคนที่ทางวัดจ้างมาทำขนมปัง สำหรับเป็นอาหารให้ปลา
อยู่ประมาณเกือบสิบคน

greeeeeeeeeeeed ( เลียนแบบเว็บโน : Websnow_ok )

... ดีใจ ได้มาถึงแหล่งผลิตอาหารให้ปลา ...ชอบๆ
แต่ภารกิจของเรา ไม่ได้เกี่ยวกับขนมปังปลาโดยตรง

แต่มันเกี่ยวกับ ... เบเกอรี่...

ใช่แล้นนน เบเกอรี่ที่ต้องทำขาย เพื่อให้เป็นรายได้เข้าวัด

ควบคุมการผลิตโดย ... หลวงพี่ สมนึก แห่งวัดท่าซุง
กำกับโดย ... แม่ชีเฉลิม ฉายา “อึดเบเกอรี่”
( ต้องขออนุญาตที่จะใช้ชื่อจริงนะเจ้าคะ)

แม่นแล้ววววววววววววววว ท่านผู้ชม
นี่ล่ะ ที่มาของชื่อข้าพเจ้า ... เพื่อเป็นที่ระลึกถึงท่านผู้นี้นี่เอง

ย้างงงงงงงงงงงง ... ยังไม่จบ เรื่องเล่าของข้าพเจ้ายังไม่จบเท่านี้

The END ยังไม่ขึ้นนะจ้ะ
แค่พักครึ่งเวลาเท่านั้นนะจ้ะ เชิญพักผ่อนตามอัธยาศัยได้เลยท่านๆ

0 Responses to "ความรู้เท่าหางอึ่ง ดั้นนน..ทะลึ่ง!! อยากจะเขียน (2)"

แสดงความคิดเห็น